มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

เหลียวซิ่งจง

สนาม: เครือข่ายผู้บริโภครายวัน

บทนำ:ผวากลุ่มทุนผูกขาดสบช่อง ฮุบผลประโยชน์จากกัญชา 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น ไบโอไทยพบข้อมูลต่างชาติยื่น 13 คำขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา มี 2 คำขอละทิ้ง เหลือ 11 คำขอ แฉกรมทรัพย์สินฯ ถอนแค่ฉบับเดียว อีก 10 ยังเดินหน้าต่อ แถมกำลังจะได้สิทธิบัตรอีก 2 ขณะที่ มรังสิตผวา 3 กลุ่มทุนผูกขาดสวาปาม ด้าน สนธิรัตน์ แจงยิบทุกอย่างเปิดเผย ตรวจสอบได้ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาประกาศแก้ปัญหาการจดสิทธิบัตรกัญชาว่า การที่นายสนธิรัตน์ออกมาพูดมีการถอนสิทธิบัตรกัญชานั้น จริงๆ แค่เพิกถอน 1 ตัว โดยจากข้อมูลที่ทางเครือข่ายฯ ได้สืบค้นในฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่พอจะหาได้ พบว่าล่าสุดมีต่างชาติมายื่นขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา 13 คำขอ โดยมี 2 คำขอละทิ้ง จะเหลือ 11 คำขอ ปรากฏว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ถอนสิทธิบัตรกัญชาที่ขัด ม9 (1) เรื่องสารธรรมชาติในกัญชาจดไม่ได้ ซึ่งมีแค่ 1 คำขอเท่านั้น แต่ที่เหลืออีก 10 คำขอยังเดินหน้าต่อไป ที่สำคัญตนพบว่ามี 2 คำขอที่กำลังจะได้สิทธิบัตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องลดอาการปวด และเป็นการยื่นขอสิทธิบัตรเรื่องสารในกัญชาที่เรียกว่า THC นายวิฑูรย์กล่าวว่า อยากให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุให้ชัดว่า ที่มาขอจดนั้นไม่เกี่ยวกับสารในกัญชา ซึ่งเป็นสารในธรรมชาติจริงๆ เพราะค่อนข้างไม่มั่นใจ และหากให้สิทธิบัตรแล้วจะกระทบต่อนักวิจัยที่พัฒนาสารสกัดกัญชาเพื่อทางการแพทย์หรือไม่ อีกทั้งที่เรากังวลคือ ที่ยังยื่นคำขออยู่นั้น ไม่ขัดกับ ม9 (1) และไม่ขัดต่อ ม9 (4) ที่ไม่ให้อ้างสรรพคุณด้วยหรือไม่ รวมไปถึง ม5 ของ พรบสิทธิบัตรฯ ระบุว่าต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ซึ่งหลายอย่างภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยมีการนำมาใช้อยู่แล้ว ตรงนี้กรมทรัพย์สินฯ ต้องชัดเจน อีกทั้งล่าสุดทราบข่าวมาว่าทางคุณสนธิรัตน์ต้องการหารือร่วมกับกลุ่มนั้นก็ยินดี รอแค่มีการติดต่อมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคประชาสังคมต้องเดินหน้าปกป้องสิทธิของคนไทย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นชัดเจนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่มีความพยายามในการปกป้องสิทธิของคนไทย นักวิจัยไทย ถ้าไม่มีการตรวจสอบหรือพบเรื่องนี้ ก็คงเลยตามเลยหรือไม่ นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายฯ และทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้ทำหนังสือส่งถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้พิจารณาและปกป้องสิทธิคนไทย โดยปฏิรูปกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิบัตรกัญชาเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องสิทธิบัตรอื่นๆ รวมทั้งจะเสนอให้นายกฯ พิจารณาแก้ไขตัวร่างกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ที่กำลังผลักดันอยู่ ว่า เปิดโอกาสให้เอกชนคนไทยได้มีสิทธิวิจัยพัฒนาและผลิตเพื่อประโยชน์ของคนไทยได้ด้วย ไม่ควรให้มีการผูกขาดโดยรัฐ ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณี รมวพาณิชย์มีคำสั่งให้ยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาว่า การเพิกถอนคำขอสิทธิบัตรกัญชาเพียง 1 คำขอ ยังไม่เป็นที่วางใจ เพราะยังเหลืออีก 8 คำขอ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ซึ่ง รมวพาณิชย์ก็อ้างว่า 8 คำขอนี้เป็นการใช้สารสกัดจากกัญชาที่ไปปนกับยาอื่น แต่เมื่อไม่มีการเปิดเผย ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าจริงหรือไม่ หรือหากจริง ก็ต้องมาดูว่าเป็นการจดในการรักษาโรคอะไร วิธีการใช้ซ้ำกับสิ่งที่ไม่ควรจดสิทธิบัตรหรือไม่ ตรงนี้ยังเป็นความลับ ไม่มีใครทราบ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าทางที่ดีควรจะเพิกถอนคำขอออกไปทั้งหมด เพราะที่ผ่านมากัญชายังเป็นยาเสพติด คนไทยยังไม่มีการทดลองใช้สาร THC และ CBD ในมนุษย์เลย เมื่อมีความเหลื่อมล้ำของงานวิชาการ ควรจะต้องยกเลิกคำขอทั้งหมด จะปล่อยให้ต่างชาติจดสิทธิบัตรโดยที่คนไทยยังไม่เคยวิจัยได้อย่างไร และประเทศไทยระบุว่า ในการใช้กัญชาทางการแพทย์มีข้อบ่งชี้เพียง 4 กลุ่มโรค โดยอ้างจากงานวิจัยของเมืองนอกว่าทำได้เท่านี้ ถือว่าเป็นกลุ่มโรคที่แคบมาก แต่กลับปล่อยให้ต่างชาติยื่นคำขอสิทธิบัตรกัญชาเรื่องมะเร็ง แต่คนไทยต้องรออย่างน้อย 5 ปี จากงานวิจัยของภาครัฐ ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร จึงมองว่าต้องเซตซีโรยกเลิกคำขอไปทั้งหมด นายปานเทพกล่าวว่า นอกจากต่างชาติเดินหน้าจดสิทธิบัตรแล้ว ยังมีอีก 2 เรื่องที่น่ากังวลและต้องติดตาม คือ 1การแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่แก้โดยให้ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และ 2ยังไม่ระบุให้แพทย์แผนไทยได้ใช้ ซึ่งต้องมาดูว่าจะแก้กฎหมายออกมาในลักษณะใด เพราะหากแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ราชการ ถามว่าแพทย์แผนไทยจะไปปรุงยาตามคลินิกของแพทย์แผนไทยได้อย่างไร เพราะบางกรณีต้องปรุงสด ปรุงกับน้ำกระสาย หรือต้องเพาะปลูกและทำเดี๋ยวนั้น เพราะมีเวลา มีฤดูกาล มีสูตรที่กำหนดไว้ บางครั้งต้องใช้เป็นช่อ ใบ หรือดอก แต่ถ้ากฎหมายปลดล็อกให้แพทย์แผนไทยได้ จะไม่มีใครผูกขาดสัมปทานกัญชาได้เลย ซึ่งการแก้กฎหมายฉบับ สนชนี้ ต้องดูว่าจะชิงธงให้ประโยชน์แพทย์แผนไทยอย่างเต็มที่ หรือทำลายแพทย์แผนไทยเพื่อหวังผูกขาด โดยเฉพาะต้องแก้ไขสองคำนี้คือ เพื่อประโยชน์ทางราชการ เป็นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือไม่ และให้เอกชนทำได้แค่วิจัยและพัฒนา จะรวมถึงการครอบครองและจำหน่ายด้วยหรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็แปลว่าธงนี้ยังเป็นเพื่อประโยชน์ของคน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือต่างชาติที่ทำการจดสิทธิบัตรไว้ล่วงหน้า, กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่กำลังรอให้ผูกขาดโดยภาครัฐ หวังเข้าสัมปทานเหมือนสุราแล้วผูกขาด และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มทุนพลังงานกลุ่มหนึ่งอ้างว่าอยากจะลงทุนเรื่องยารักษาโรคมะเร็ง และมีความปรารถนาอยากร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ แต่ไม่มีใครรู้ว่ากลุ่มทุนนี้คาดหวังเรื่องกัญชาด้วยหรือไม่ ดังนั้น หากให้ผูกขาดโดยราชการ ก็มีโอกาสปล่อยต่ออีกทอดกับ 3 กลุ่มนี้วิ่งเต้นผูกขาดต่อ ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นายปานเทพกล่าวว่า แพทย์แผนไทยจะต้องได้ใช้กัญชา และไม่ต้องวิจัยแล้ว เพราะวิจัยมาหลายร้อยปีแล้ว และมีการทดลองในมนุษย์จริงมานาน ซึ่งเจตนาขององค์การอนามัยโลกคือ แพทย์แผนโบราณแต่เดิมไม่ต้องวิจัยก็ใช้ได้ ยกเว้นกรณีความเป็นพิษหรือไม่สะอาดแค่นั้น พ้นจากนี้ต้องใช้ได้ ถ้าอ้างวิจัย 5 ปี ที่ทำทีละนิด 4 ตำรับ แต่แพทย์แผนไทยมีกว่า 2,000 ตำรับ การจะทำแบบนี้คือกีดกันไม่ให้แพทย์แผนไทยใช้หรือไม่ ซึ่งหากปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์แบบนี้ เท่ากับขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 55 ซึ่งบอกว่าต้องสนับสนุนส่งเสริมแพทย์แผนไทยสูงสุดหรือไม่ ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีภาคประชาสังคมได้ตั้งข้อสังเกตว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมรับจดสิทธิบัตร 2 คำขอ ได้แก่ คำขอเลขที่ 0601002456 และคำขอเลขที่ 0501005232 ว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะ 2 คำขอดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งปฏิเสธการจดสิทธิบัตรแล้ว แต่เนื่องจากในกระบวนการจดทะเบียนสิทธิบัตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบขั้นการประดิษฐ์อย่างละเอียดแล้ว จะต้องแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และหากผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วย ก็จะชี้แจงเหตุผล ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ชี้แจง กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะยกเลิกคำขอตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในการตรวจสอบคำขอจดสิทธิบัตร ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคำขอที่มีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบ หรือคำขอจดสิทธิบัตรอื่นๆ โดยที่ผ่านมา มีการพูดถึงคำขอจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชา 11 คำขอ ซึ่งเป็นไปตามข่าว แต่เมื่อมีข้อสงสัย จึงได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อมูลคำขอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับตำรับยา โดยมีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมว่ามีจำนวนเท่าใด ซึ่งได้รับรายงานว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 31 คำขอ คำขอสิทธิบัตรที่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศโฆษณาเพื่อเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์แก่สาธารณะ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปตรวจค้นในระบบได้ด้วยตนเองทางเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหากต้องการคัดสำเนาคำขอ ก็สามารถมาขอดำเนินการได้ที่กรม การดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวเป็นที่เปิดเผย ไม่มีการปกปิด และสามารถตรวจสอบได้ นายสนธิรัตน์กล่าว วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายอัครเดช ฉากจินดา ที่ปรึกษายุทธศาสตร์การรณรงค์ขับเคลื่อนกัญชาเสรีประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่ายกลุ่มผู้นิยมพืชกัญชา ราว 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้รัฐบาลให้ปลูกเสรีกัญชาเพื่อทางการแพทย์บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคัดค้านการให้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับพืชกัญชาแก่บริษัทต่างชาติ...

ขอทานโวลต์หลอดไฟ

สนาม: สารานุกรมเชิงโต้ตอบ

บทนำ: ครมเท 123 แสนล้านบาท ผุดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง โฆษกรัฐบาลปัดพัลวันเปล่าแจกดะช่วงใกล้เลือกตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันที่ 20 พยที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญ และผู้มีรายได้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง คิดเป็นวงเงินดำเนินการรวมกว่า 123 แสนล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 007% เนื่องจากมาตรการมีกรอบเวลาดำเนินการถึงปี 2562 ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจได้ดีกว่าปีนี้ นายลวรณกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 387 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยมีภาระค่าครองชีพลดลง โดยกำหนดให้กรณีค่าไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงินไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีน้ำประปา ให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ ธค2561 ถึง กย2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 145 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็น 82 ล้านครัวเรือน โดย 1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิเท่านั้น ในส่วนนี้มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 27 หมื่นล้านบาท 2มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเดือน ธค2561 เป็นเงิน 500 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 145 ล้านคน โดยจะใช้วงเงินดำเนินการ 725 พันล้านบาท 3มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 1 พันบาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ล้านคน ระยะเวลาดำเนินการ ธค2561 ถึง กย2562 ใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 35 พันล้านบาท 4มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือน ธค2561 ถึง กย2562 สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 22 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 23 แสนคนในเดือน กย2562 โดยใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 920 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมทุกประเภท และเงินช่วยค่าครองชีพ ทั้งหมดต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ขาดไปให้ครบ 1 หมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 527 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณดำเนินการ 559 ล้านบาทต่อปี หรือ 46 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อ 2-3 ปีก่อน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่รัฐบาลกำหนดจึงอยู่ที่ 9 พันบาท แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ครมจึงเห็นชอบขยายเงินในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพรกล่าว นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ โดยกำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีมีการใช้สิทธิไปแล้ว ให้สามารถขอรับสิทธิในส่วนที่ไม่เกินส่วนของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และผู้รับบำนาญที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากใช้สิทธิไปแล้ว ให้รับตามสิทธิในส่วนที่ไม่เกินสิทธิของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีผู้รับบำนาญที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 159 แสนราย โดยมีวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 247 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบให้ ธอสจัดทำโครงการบ้านล้านหลังภายใต้วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยวงเงินแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย 5 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อบ้านไม่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งวงเงินกู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ให้ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ 300% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25 หมื่นบาท/คน/เดือน ตั้งวงเงินกู้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 300% โดยทั้ง 2 กรณีเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 38 พันบาท นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ในมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการอนุมัติโครงการเพื่อผู้สูงอายุ รวม 86,994 ล้านบาท จนถูกมองหวังผลเลือกตั้งว่า หลายโครงการไม่ได้เพิ่งมาคิดและทำในวันนี้ เพราะมีกระบวนการสอบถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งใช้เวลามาพอสมควร แต่มาประจวบเหมาะกับเวลาช่วงสิ้นปีพอดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลมีตัวเลขผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ซึ่งที่แล้วมายังไม่มีรัฐบาลใดออกนโยบายส่งตรงไปยังผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การรักษาพยาบาล โดย พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่าในอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา ควรนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติ เพราะถือว่าตอบรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นประชาชนมีภาระต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในวงปีใหม่ จึงได้ให้ 500 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าว

123plus คา สิ โน1️⃣M98
zwq | <动态当天时间> | อ่าน(382) | แสดงความคิดเห็น(377)
ได้ฤกษ์ลากตั้ง กกตสั่งจับฮั้ว! สร้างสีสัน สว 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
shy | <动态当天时间> | อ่าน(258) | แสดงความคิดเห็น(589)
อนุมัติ18หมื่นล อุ้ม ยาง-ปาล์ม ให้ไร่ละพันแปด 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
3gm | <动态当天时间> | อ่าน(195) | แสดงความคิดเห็น(436)
ครมเท 123 แสนล้านบาท ผุดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง โฆษกรัฐบาลปัดพัลวันเปล่าแจกดะช่วงใกล้เลือกตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันที่ 20 พยที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญ และผู้มีรายได้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง คิดเป็นวงเงินดำเนินการรวมกว่า 123 แสนล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 007% เนื่องจากมาตรการมีกรอบเวลาดำเนินการถึงปี 2562 ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจได้ดีกว่าปีนี้ นายลวรณกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 387 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยมีภาระค่าครองชีพลดลง โดยกำหนดให้กรณีค่าไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงินไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีน้ำประปา ให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ ธค2561 ถึง กย2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 145 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็น 82 ล้านครัวเรือน โดย 1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิเท่านั้น ในส่วนนี้มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 27 หมื่นล้านบาท 2มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเดือน ธค2561 เป็นเงิน 500 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 145 ล้านคน โดยจะใช้วงเงินดำเนินการ 725 พันล้านบาท 3มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 1 พันบาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ล้านคน ระยะเวลาดำเนินการ ธค2561 ถึง กย2562 ใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 35 พันล้านบาท 4มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือน ธค2561 ถึง กย2562 สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 22 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 23 แสนคนในเดือน กย2562 โดยใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 920 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมทุกประเภท และเงินช่วยค่าครองชีพ ทั้งหมดต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ขาดไปให้ครบ 1 หมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 527 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณดำเนินการ 559 ล้านบาทต่อปี หรือ 46 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อ 2-3 ปีก่อน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่รัฐบาลกำหนดจึงอยู่ที่ 9 พันบาท แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ครมจึงเห็นชอบขยายเงินในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพรกล่าว นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ โดยกำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีมีการใช้สิทธิไปแล้ว ให้สามารถขอรับสิทธิในส่วนที่ไม่เกินส่วนของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และผู้รับบำนาญที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากใช้สิทธิไปแล้ว ให้รับตามสิทธิในส่วนที่ไม่เกินสิทธิของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีผู้รับบำนาญที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 159 แสนราย โดยมีวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 247 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบให้ ธอสจัดทำโครงการบ้านล้านหลังภายใต้วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยวงเงินแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย 5 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อบ้านไม่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งวงเงินกู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ให้ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ 300% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25 หมื่นบาท/คน/เดือน ตั้งวงเงินกู้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 300% โดยทั้ง 2 กรณีเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 38 พันบาท นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ในมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการอนุมัติโครงการเพื่อผู้สูงอายุ รวม 86,994 ล้านบาท จนถูกมองหวังผลเลือกตั้งว่า หลายโครงการไม่ได้เพิ่งมาคิดและทำในวันนี้ เพราะมีกระบวนการสอบถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งใช้เวลามาพอสมควร แต่มาประจวบเหมาะกับเวลาช่วงสิ้นปีพอดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลมีตัวเลขผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ซึ่งที่แล้วมายังไม่มีรัฐบาลใดออกนโยบายส่งตรงไปยังผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การรักษาพยาบาล โดย พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่าในอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา ควรนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติ เพราะถือว่าตอบรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นประชาชนมีภาระต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในวงปีใหม่ จึงได้ให้ 500 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
3ct | <动态当天时间> | อ่าน(791) | แสดงความคิดเห็น(845)
นายวีระ กล่าวอีกว่า ผลสำรวจพบอีกว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางหรือมาตรการให้ใช้กระทงที่ประดิษฐ์ด้วยวัสดุย่อยสลายง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันตั้งใจจะใช้กระทงที่ประดิษฐ์จากต้นกล้วย ใบตอง ดอกบัว ขนมปังพืชผัก โดยสถานที่ที่ปลอยระชาชนจะไป ลอยกระทง มากที่สุดได้แก่ อันดับ1จังหวัดเชียงใหม่ การลอยโคม หรือ ประเพณียี่เป็ง อันดับ2จังหวัดสุโขทัย ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ อันดับ3ภูมิลำเนาของตนเอง อันดับ4จังหวัดตาก ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป1000ดวง และอันดับ5จังหวัดนครพนม ประเพณีไหลเรือไฟ นอกจากนี้ ประชาชน ร้อยละ8102 สนใจเข้าร่วมชมกิจกรรมในงานประเพณีวันลอยกระทงในจังหวัดของตน เพี่อชมการประกวดกระทงชมการแสดงทางวัฒนธรรม ร่วมกิจกรรมสาธิตอาหารพื้นบ้าน และการสาธิตประดิษฐ์กระทงตามลำดับ【อ่านข้อความเต็ม】
lr3 | <动态当天时间> | อ่าน(321) | แสดงความคิดเห็น(29)
พลทวีรชน กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ความสัมพันธ์ไทยและแอฟริกาครบรอบ 25 ปีในปี 2561 ปีนี้ถือเป็นปีที่ความสัมพันธ์ระหว่างกันมีความก้าวหน้าและมีพลวัตอย่างมาก และยินดีที่ทราบว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดสัมมนาโอกาสการค้าการลงทุนในแอฟริกาใต้ เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ดังกล่าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันมากยิ่งขึ้น นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ไทยและแอฟริกาใต้จะสามารถผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก แอฟริกาใต้เป็นเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในทวีปแอฟริกา ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของแอฟริกาใต้ในอาเซียน โดยทั้งสองฝ่ายหวังว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าการลงทุนระหว่างกันได้【อ่านข้อความเต็ม】
rnu | 2021-09-19 | อ่าน(134) | แสดงความคิดเห็น(225)
ยังไม่ทันเลือกตั้ง! ลดาวัลลิ์ เผยเพื่อไทยพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 20 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 17:08 น 【อ่านข้อความเต็ม】
t44 | 2021-09-19 | อ่าน(243) | แสดงความคิดเห็น(251)
สบส แถลงผลสอบ รพพระราม 2 กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรด พบผิด 5 กระทง สั่งปรับกรณีไม่มีแพทย์ให้การรักษาหญิงถูกสาดน้ำกรด ส่วนอีก 4 กระทงให้ร้องทุกข์กล่าวโทษทั้งผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และผู้ดำเนินการสถานพยาบาล มีโทษจำคุก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส) มีการแถลงข่าวสรุปผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียน รพพระราม 2 ปฏิเสธการรักษา และมีการให้บริการทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรดใส่หน้า โดย นพณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดี สบส กล่าวว่า สบสได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ รพพระราม 2 เพื่อรวบรวมข้อมูลระหว่างเกิดเหตุ ทั้งเอกสารทางการแพทย์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ประกอบด้วยคณะกรรมการ 15 คน และมีการประชุมสรุปผลเมื่อวันที่ 19 พยที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 1300-1900 น โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการของ รพพระราม 2 และ รพบางมด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ที่มีความเกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง คือวันที่ 9 พย-19 พย ใช้เวลาพิจารณาทั้งหมดเพียง 10 วัน ผลสรุปของคณะกรรมการทางกองกฎหมายได้ส่งมาเพื่อให้ตนพิจารณาในช่วงเช้าที่ผ่านมามี 5 กรณี ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พศ2541 1กรณีให้พยาบาลวิชาชีพเป็นผู้ตรวจประเมินอาการผู้ป่วยและให้การรักษาเบื้องต้นโดยไม่มีการรายงานแพทย์ ซึ่งทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการกระทำผิดในเรื่องไม่มีการควบคุมและดูแลมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานประกอบวิชาชีพผิดไปจากสาขาที่ขออนุญาต เข้าข่ายผิดมาตรา 34 (1) (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท โดยคณะอนุกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยจะมีการดำเนินคดีในชั้นศาลต่อไป โดยผู้ที่จะถูกดำเนินคดีคือ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 2จากการสอบถามพยาบาลที่ให้การตรวจรักษาแล้วได้รายงานผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ผู้ดำเนินการได้สั่งการให้รับผู้ป่วยไว้นอน รพ แสดงว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนที่จะนำผู้ป่วยไปนอนที่ รพตามข้อสั่งการ ซึ่งลักษณะเช่นนี้ ทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการไม่ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เข้าข่ายหรือน่าจะมีความผิดตามมาตรา 34 (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติของคณะอนุกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อนำไปสู่กระบวนยุติธรรม ซึ่งผู้ที่จะถูกดำเนินคดีก็คือผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเช่นเดียวกัน 3กรณีไม่มีแพทย์ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วย เพื่อคัดแยกระดับความฉุกเฉินตามมาตรฐานที่มีการกำหนดไว้ กรณีนี้อาจจะเข้าข่ายทำผิดตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และ พรบสถานพยาบาล มาตรา 35 (3) และ (4) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท กรณีนี้อนุกรรมการมีมติให้เปรียบเทียบปรับ ผู้ที่จะถูกลงโทษคือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 4กรณีไม่ให้การช่วยเหลือดูแลแก่ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน อาจจะเข้าข่ายผู้ได้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการมิได้ควบคุมดูแลให้การรักษาดูแลแก่ผู้ป่วยตามมาตรา 33/1 อัตราโทษเข้าได้กับมาตรา 36 วรรค 1 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้กระทำความผิดคือผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และ 5กรณีเมื่อได้ช่วยเหลือเยียวยาแล้ว และอ้างว่าเป็นความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องการไปรักษาตัวใน รพแห่งที่ 2 ที่มีสิทธิ์ประกันสังคมอยู่ เข้าข่ายการส่งต่อโดยไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ตามมาตรา 36 (3) คณะกรรมการมีมติให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นพณัฐวุฒิกล่าวว่า จะเห็นว่ามีการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ 4 กรณี และมี 1 กรณีที่ให้เปรียบเทียบปรับ ซึ่งเราได้นำมติเข้าสู่คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ เพื่อกำหนดว่าจะปรับเป็นเงินเท่าไร ก่อนส่งให้คณะกรรมการสอบสวนต่อไป ส่วนการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พนักงานสอบสวนจะเริ่มเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน และส่งต่อให้พนักงานอัยการมีมติต่อไปว่าจะมีการฟ้องร้องประเด็นใดบ้าง จากนั้นก็เป็นอันสิ้นสุดที่ศาลยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีอีกกรณีที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลคือ กรณีพยาบาลที่ได้ให้การรักษาและยอมรับว่ามิได้รายงานแพทย์ จะเข้าข่ายกรณีจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพที่ไม่ได้เป็นไปตามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งทาง สบสจะได้ส่งเรื่องนี้ไปยังสภาการพยาบาลต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
krc | 2021-09-19 | อ่าน(312) | แสดงความคิดเห็น(850)
บุ๋ม เข้ายื่นหนังสือถึง ผบตรขอโอนคดีหมอล่วงละเมิดทางเพศคนไข้ให้กองปราบฯ เผยแจ้งความท้องที่นานเป็นเดือน เพิ่งมาเรียกสอบหลังเป็นข่าวครึกโครม ซ้ำร้ายตำรวจกางบันทึกประจำวันให้สื่อถ่ายออกทีวีประจานผู้เสียหาย เผยเจ้าทุกข์โผล่แล้วกว่า 50 ราย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ นสปนัดดา หรือบุ๋ม วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำความดี นำผู้เสียหายที่ถูกสูตินรีแพทย์ในจังหวัดนครสวรรค์ทำอนาจารล่วงละเมิดทางเพศขณะตรวจภายใน จำนวน 6 คน ยื่นหนังสือถึง พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตร เพื่อขอให้โอนสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวจาก สภเมืองนครสวรรค์ มาให้กองบังคับการปราบปรามเป็นผู้ทำคดีแทน หลังจากก่อนหน้านี้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ แต่คดีไม่คืบหน้าเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่รวมแล้วกว่า 50 ราย นสปนัดดากล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนมากว่า 2 เดือน หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวน สภเมืองนครสวรรค์กลับไม่พยายามหาพยานหลักฐาน เพิ่งจะมาเรียกสอบหลังจากที่เป็นข่าวครึกโครมขึ้นมา ซึ่งหลังจากนั้นก็มีผู้เสียหายกว่า 50 คน ที่เคยเข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกของแพทย์คนดังกล่าว ต่างร้องเรียนว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะเดียวกัน ที่ตกใจมากที่สุดคือมีสื่อนำเสนอชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ของหญิงผู้เสียหาย ทำให้ตัวเขาถูกละเมิดสิทธิ์ สภาพจิตใจย่ำแย่มาก โดยที่ปรากฏเป็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์ พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกางบันทึกประจำวันให้สื่อถ่าย ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีของผู้เสียหายขณะนี้ นสปนัดดาเปิดเผยว่า มี 1 คน ที่เหลือขาดอายุความแล้ว เพราะเหตุเกิดมาแล้ว 5-6 ปี แต่หญิงเหล่านั้นยินดีเป็นพยาน เพราะปกติแล้วหญิงที่ถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวไม่กล้าที่จะแจ้งความเพราะอาย บางคนมีครอบครัว มีสามีแล้วก็ไม่กล้าแจ้ง แต่ขอแนะนำว่าผู้หญิงถ้าถูกข่มขืนให้ไปตรวจร่างกายภายใน 24 ชั่วโมง เราต้องปกป้องสิทธิ์ของเรา ส่วนที่มีคำถามถึงหลักฐานการดำเนินคดีกับแพทย์คนดังกล่าว ที่อาจต่อสู้คดีว่าเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์ ยืนยันว่าเคสนี้มีหลักฐานที่ไม่ใช่เครื่องมือการแพทย์แน่นอน แต่ไม่ขอเปิดเผย ในตอนท้าย นสปนัดดากล่าวว่า ขอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยตรวจสอบด้วยว่าตำรวจเป็นคนเปิดเผยรายชื่อผู้เสียหายหรือไม่ ส่วนสื่อที่เสนอข่าวอาจจะมีการฟ้องดำเนินการทางกฎหมาย ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า ตนพร้อมทีมแพทย์จะลงพื้นที่ จนครสวรรค์เพื่อดูพยานหลักฐาน หลังเหยื่อสาววัย29ปีอ้างว่าเคยถูกหมอล่วงละเมิดทางเพศ โดยจะตรวจดูว่ามีการลงบันทึกยอมความกันไว้หรือไม่ถ้ามี สามารถนำมาประกอบเป็นพยานหลักฐานบางอย่างได้รวมทั้งข้อความทางไลน์เกี่ยวกับการโอนเงินจำนวน3แสนบาท โดยหากทางหมอทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ถ้าหมอบริสุทธิ์ เหยื่อก็ต้องรับผิดชอบอย่างไรก็ตาม กรณีมีการส่งข้อความแช้ตทางไลน์เหมือนกับว่าหมอกับคนไข้สนิทสนมในเชิงชู้สาว โดยหมอบอกว่าจะดูแลจนชั่วชีวิตเป็นข้อความระหว่างหมอกับคนไข้ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้รวมทั้งมีการซื้อของจากต่างประเทศมาฝากดูแล้วห่วงใยเกินระหว่างหมอกับคนไข้ ซึ่งเราจะตรวจสอบว่าทำไมต้องโอนเงินให้คนไข้ ถ้าตัวเองไม่ได้ทำผิด นายอัจฉริยะกล่าวว่า ขณะนี้ผู้เสียหายมีประมาณ 3 ราย แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในปี2559ก็สามารถดำเนินคดีได้เพราะเพิ่งรู้ว่าไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ นพณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จึงมอบอำนาจหน้าที่การตรวจสอบให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ) นครสวรรค์ ดำเนินการ โดย สบสจะเป็นพี่เลี้ยงในกรณีร้องขอให้ช่วยเรื่องข้อกฎหมาย แต่กรณีนี้จะเกี่ยวข้องกับ พรบสถานพยาบาล พศ2541 เพียงประเด็นเดียว เรื่องไม่ได้ควบคุมกำกับให้เกิดความปลอดภัยในการให้บริการ ส่วนประเด็นอื่นจะเป็นเรื่องการเข้าข่ายความเสียหายส่วนบุคคลที่อาจเป็นคดีอาญา ดังนั้นต้องไปฟ้องร้องกันในชั้นศาล เรื่องนี้เป็นความผิดที่มีอัตราโทษค่อนข้างสูง จึงต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย แต่ทาง สบสยังไม่ได้รับการรายงานผลกการตรวจสอบแต่อย่างใด ทพอาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า สบสจะลงไปตรวจสอบคลินิกแห่งนี้ว่าได้มาตรฐานจริงหรือไม่ โดยจะนำเข้าคณะกรรมการสถานพยาบาลพิจารณาในการอนุญาตเปิดคลินิกต่อไป ส่วนประเด็นจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีบุคคลที่ 3 ในห้องตรวจคนไข้ สำหรับคลินิกนรีเวชระหว่างการตรวจภายใน จะต้องมีบุคคลที่ 3 หรือมีผู้ช่วยแพทย์ที่เป็นผู้หญิงคอยอยู่กับแพทย์ขณะตรวจภายในห้องเสมอ เรื่องนี้ถือเป็นมาตรฐาน หากไม่มีก็ถือว่าไม่เหมาะสม และต้องมีการปรับ ส่วนเรื่องการลวนลามหรือกระทำอนาจารคนไข้ เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
f4f | 2021-09-19 | อ่าน(133) | แสดงความคิดเห็น(123)
ผวากลุ่มทุนผูกขาดสบช่อง ฮุบผลประโยชน์จากกัญชา 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น ไบโอไทยพบข้อมูลต่างชาติยื่น 13 คำขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา มี 2 คำขอละทิ้ง เหลือ 11 คำขอ แฉกรมทรัพย์สินฯ ถอนแค่ฉบับเดียว อีก 10 ยังเดินหน้าต่อ แถมกำลังจะได้สิทธิบัตรอีก 2 ขณะที่ มรังสิตผวา 3 กลุ่มทุนผูกขาดสวาปาม ด้าน สนธิรัตน์ แจงยิบทุกอย่างเปิดเผย ตรวจสอบได้ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาประกาศแก้ปัญหาการจดสิทธิบัตรกัญชาว่า การที่นายสนธิรัตน์ออกมาพูดมีการถอนสิทธิบัตรกัญชานั้น จริงๆ แค่เพิกถอน 1 ตัว โดยจากข้อมูลที่ทางเครือข่ายฯ ได้สืบค้นในฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่พอจะหาได้ พบว่าล่าสุดมีต่างชาติมายื่นขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา 13 คำขอ โดยมี 2 คำขอละทิ้ง จะเหลือ 11 คำขอ ปรากฏว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ถอนสิทธิบัตรกัญชาที่ขัด ม9 (1) เรื่องสารธรรมชาติในกัญชาจดไม่ได้ ซึ่งมีแค่ 1 คำขอเท่านั้น แต่ที่เหลืออีก 10 คำขอยังเดินหน้าต่อไป ที่สำคัญตนพบว่ามี 2 คำขอที่กำลังจะได้สิทธิบัตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องลดอาการปวด และเป็นการยื่นขอสิทธิบัตรเรื่องสารในกัญชาที่เรียกว่า THC นายวิฑูรย์กล่าวว่า อยากให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุให้ชัดว่า ที่มาขอจดนั้นไม่เกี่ยวกับสารในกัญชา ซึ่งเป็นสารในธรรมชาติจริงๆ เพราะค่อนข้างไม่มั่นใจ และหากให้สิทธิบัตรแล้วจะกระทบต่อนักวิจัยที่พัฒนาสารสกัดกัญชาเพื่อทางการแพทย์หรือไม่ อีกทั้งที่เรากังวลคือ ที่ยังยื่นคำขออยู่นั้น ไม่ขัดกับ ม9 (1) และไม่ขัดต่อ ม9 (4) ที่ไม่ให้อ้างสรรพคุณด้วยหรือไม่ รวมไปถึง ม5 ของ พรบสิทธิบัตรฯ ระบุว่าต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ซึ่งหลายอย่างภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยมีการนำมาใช้อยู่แล้ว ตรงนี้กรมทรัพย์สินฯ ต้องชัดเจน อีกทั้งล่าสุดทราบข่าวมาว่าทางคุณสนธิรัตน์ต้องการหารือร่วมกับกลุ่มนั้นก็ยินดี รอแค่มีการติดต่อมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคประชาสังคมต้องเดินหน้าปกป้องสิทธิของคนไทย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นชัดเจนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่มีความพยายามในการปกป้องสิทธิของคนไทย นักวิจัยไทย ถ้าไม่มีการตรวจสอบหรือพบเรื่องนี้ ก็คงเลยตามเลยหรือไม่ นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายฯ และทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้ทำหนังสือส่งถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้พิจารณาและปกป้องสิทธิคนไทย โดยปฏิรูปกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิบัตรกัญชาเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องสิทธิบัตรอื่นๆ รวมทั้งจะเสนอให้นายกฯ พิจารณาแก้ไขตัวร่างกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ที่กำลังผลักดันอยู่ ว่า เปิดโอกาสให้เอกชนคนไทยได้มีสิทธิวิจัยพัฒนาและผลิตเพื่อประโยชน์ของคนไทยได้ด้วย ไม่ควรให้มีการผูกขาดโดยรัฐ ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณี รมวพาณิชย์มีคำสั่งให้ยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาว่า การเพิกถอนคำขอสิทธิบัตรกัญชาเพียง 1 คำขอ ยังไม่เป็นที่วางใจ เพราะยังเหลืออีก 8 คำขอ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ซึ่ง รมวพาณิชย์ก็อ้างว่า 8 คำขอนี้เป็นการใช้สารสกัดจากกัญชาที่ไปปนกับยาอื่น แต่เมื่อไม่มีการเปิดเผย ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าจริงหรือไม่ หรือหากจริง ก็ต้องมาดูว่าเป็นการจดในการรักษาโรคอะไร วิธีการใช้ซ้ำกับสิ่งที่ไม่ควรจดสิทธิบัตรหรือไม่ ตรงนี้ยังเป็นความลับ ไม่มีใครทราบ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าทางที่ดีควรจะเพิกถอนคำขอออกไปทั้งหมด เพราะที่ผ่านมากัญชายังเป็นยาเสพติด คนไทยยังไม่มีการทดลองใช้สาร THC และ CBD ในมนุษย์เลย เมื่อมีความเหลื่อมล้ำของงานวิชาการ ควรจะต้องยกเลิกคำขอทั้งหมด จะปล่อยให้ต่างชาติจดสิทธิบัตรโดยที่คนไทยยังไม่เคยวิจัยได้อย่างไร และประเทศไทยระบุว่า ในการใช้กัญชาทางการแพทย์มีข้อบ่งชี้เพียง 4 กลุ่มโรค โดยอ้างจากงานวิจัยของเมืองนอกว่าทำได้เท่านี้ ถือว่าเป็นกลุ่มโรคที่แคบมาก แต่กลับปล่อยให้ต่างชาติยื่นคำขอสิทธิบัตรกัญชาเรื่องมะเร็ง แต่คนไทยต้องรออย่างน้อย 5 ปี จากงานวิจัยของภาครัฐ ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร จึงมองว่าต้องเซตซีโรยกเลิกคำขอไปทั้งหมด นายปานเทพกล่าวว่า นอกจากต่างชาติเดินหน้าจดสิทธิบัตรแล้ว ยังมีอีก 2 เรื่องที่น่ากังวลและต้องติดตาม คือ 1การแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่แก้โดยให้ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และ 2ยังไม่ระบุให้แพทย์แผนไทยได้ใช้ ซึ่งต้องมาดูว่าจะแก้กฎหมายออกมาในลักษณะใด เพราะหากแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ราชการ ถามว่าแพทย์แผนไทยจะไปปรุงยาตามคลินิกของแพทย์แผนไทยได้อย่างไร เพราะบางกรณีต้องปรุงสด ปรุงกับน้ำกระสาย หรือต้องเพาะปลูกและทำเดี๋ยวนั้น เพราะมีเวลา มีฤดูกาล มีสูตรที่กำหนดไว้ บางครั้งต้องใช้เป็นช่อ ใบ หรือดอก แต่ถ้ากฎหมายปลดล็อกให้แพทย์แผนไทยได้ จะไม่มีใครผูกขาดสัมปทานกัญชาได้เลย ซึ่งการแก้กฎหมายฉบับ สนชนี้ ต้องดูว่าจะชิงธงให้ประโยชน์แพทย์แผนไทยอย่างเต็มที่ หรือทำลายแพทย์แผนไทยเพื่อหวังผูกขาด โดยเฉพาะต้องแก้ไขสองคำนี้คือ เพื่อประโยชน์ทางราชการ เป็นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือไม่ และให้เอกชนทำได้แค่วิจัยและพัฒนา จะรวมถึงการครอบครองและจำหน่ายด้วยหรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็แปลว่าธงนี้ยังเป็นเพื่อประโยชน์ของคน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือต่างชาติที่ทำการจดสิทธิบัตรไว้ล่วงหน้า, กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่กำลังรอให้ผูกขาดโดยภาครัฐ หวังเข้าสัมปทานเหมือนสุราแล้วผูกขาด และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มทุนพลังงานกลุ่มหนึ่งอ้างว่าอยากจะลงทุนเรื่องยารักษาโรคมะเร็ง และมีความปรารถนาอยากร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ แต่ไม่มีใครรู้ว่ากลุ่มทุนนี้คาดหวังเรื่องกัญชาด้วยหรือไม่ ดังนั้น หากให้ผูกขาดโดยราชการ ก็มีโอกาสปล่อยต่ออีกทอดกับ 3 กลุ่มนี้วิ่งเต้นผูกขาดต่อ ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นายปานเทพกล่าวว่า แพทย์แผนไทยจะต้องได้ใช้กัญชา และไม่ต้องวิจัยแล้ว เพราะวิจัยมาหลายร้อยปีแล้ว และมีการทดลองในมนุษย์จริงมานาน ซึ่งเจตนาขององค์การอนามัยโลกคือ แพทย์แผนโบราณแต่เดิมไม่ต้องวิจัยก็ใช้ได้ ยกเว้นกรณีความเป็นพิษหรือไม่สะอาดแค่นั้น พ้นจากนี้ต้องใช้ได้ ถ้าอ้างวิจัย 5 ปี ที่ทำทีละนิด 4 ตำรับ แต่แพทย์แผนไทยมีกว่า 2,000 ตำรับ การจะทำแบบนี้คือกีดกันไม่ให้แพทย์แผนไทยใช้หรือไม่ ซึ่งหากปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์แบบนี้ เท่ากับขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 55 ซึ่งบอกว่าต้องสนับสนุนส่งเสริมแพทย์แผนไทยสูงสุดหรือไม่ ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีภาคประชาสังคมได้ตั้งข้อสังเกตว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมรับจดสิทธิบัตร 2 คำขอ ได้แก่ คำขอเลขที่ 0601002456 และคำขอเลขที่ 0501005232 ว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะ 2 คำขอดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งปฏิเสธการจดสิทธิบัตรแล้ว แต่เนื่องจากในกระบวนการจดทะเบียนสิทธิบัตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบขั้นการประดิษฐ์อย่างละเอียดแล้ว จะต้องแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และหากผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วย ก็จะชี้แจงเหตุผล ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ชี้แจง กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะยกเลิกคำขอตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในการตรวจสอบคำขอจดสิทธิบัตร ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคำขอที่มีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบ หรือคำขอจดสิทธิบัตรอื่นๆ โดยที่ผ่านมา มีการพูดถึงคำขอจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชา 11 คำขอ ซึ่งเป็นไปตามข่าว แต่เมื่อมีข้อสงสัย จึงได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อมูลคำขอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับตำรับยา โดยมีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมว่ามีจำนวนเท่าใด ซึ่งได้รับรายงานว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 31 คำขอ คำขอสิทธิบัตรที่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศโฆษณาเพื่อเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์แก่สาธารณะ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปตรวจค้นในระบบได้ด้วยตนเองทางเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหากต้องการคัดสำเนาคำขอ ก็สามารถมาขอดำเนินการได้ที่กรม การดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวเป็นที่เปิดเผย ไม่มีการปกปิด และสามารถตรวจสอบได้ นายสนธิรัตน์กล่าว วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายอัครเดช ฉากจินดา ที่ปรึกษายุทธศาสตร์การรณรงค์ขับเคลื่อนกัญชาเสรีประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่ายกลุ่มผู้นิยมพืชกัญชา ราว 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้รัฐบาลให้ปลูกเสรีกัญชาเพื่อทางการแพทย์บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคัดค้านการให้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับพืชกัญชาแก่บริษัทต่างชาติ【อ่านข้อความเต็ม】
cuq | 2021-09-18 | อ่าน(920) | แสดงความคิดเห็น(940)
ตื่นตากับการรังสรรค์ผ้าปาเต๊ะโดยศิลปินภูเก็ต【อ่านข้อความเต็ม】
4xa | 2021-09-18 | อ่าน(175) | แสดงความคิดเห็น(351)
แม้จะผ่านหลักสูตรทวิภาคี หากนักศึกษาอยากทำงานที่ กฟผ ก็ต้องสมัครสอบเข้าทำงานตามระเบียบเช่นคนอื่น การศึกษาในระบบทวิภาคีต้องผ่านหลักสูตรมาตรฐานที่เข้มข้น ทำให้นักศึกษาจำนวนมากเมื่อสมัครงานก็มักได้รับได้รับคัดเลือกให้ทำงานในโรงไฟฟ้าเอกชนและบริษัทชั้นนำของไทย【อ่านข้อความเต็ม】
yrq | 2021-09-18 | อ่าน(805) | แสดงความคิดเห็น(290)
นายวีระ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันประชาชนส่วนใหญ่คิดว่า จะมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีลอยกระทงได้โดยแต่งกายชุดไทย หรือชุดพื้นถิ่นไปร่วมงานประเพณีลอยกระทง ชักชวนคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ญาติ และคนรู้จัก ไปร่วมงานประเพณีลอยกระทงสืบสานวัฒนธรรมประเพณี โดยประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ นอกจากนี้ยังต้องการให้ วธส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสเข้าร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทงในท้องถิ่นของตนเองมากขึ้น เพื่อให้ประเพณีลอยกระทงคงอยู่ตลอดไป โดยเห็นว่าควรจัดในรูปแบบเรียบง่าย ปลอดภัย รักษาสิ่งแวดล้อม และปลอดอบายมุข เพิ่มกิจกรรมถ่ายทอดวิธีการประดิษฐ์กระทงด้วยตนเองจากวัสดุธรรมชาติ วางแนวทางและมาตรการรณรงค์เพื่อสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมประเพณีลอยกระทงในแต่ละปีตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และประชาสัมพันธ์ประเพณีลอยกระทงให้ยิ่งใหญ่ในทุกช่องทางสื่อ ครอบคลุมทั่วโลก เพื่อให้คนทั่วโลกหันมาสนใจเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น【อ่านข้อความเต็ม】
gv2 | 2021-09-18 | อ่าน(16) | แสดงความคิดเห็น(665)
21 พย61- เพจ พรรครวมพลังประชาชาติไทย - ACT Party โพสต์รูปภาพและรายละเอียดการลงพื้นที่ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนสมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ระบุ ลุยฝนเดินคารวะชาวพังงา 【อ่านข้อความเต็ม】
gzr | 2021-09-17 | อ่าน(498) | แสดงความคิดเห็น(56)
ก่อนจะปลดล็อก กัญชา พัฒนา กัญชง ไปถึงไหนแล้ว? 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
z2d | 2021-09-17 | อ่าน(494) | แสดงความคิดเห็น(359)
นายศักดิ์สยามกล่าวว่า จากนี้เราจะมาดูว่ากฎหมายหรือระเบียบใดที่เป็นข้อจำกัด พร้อมนำความเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง มาปรับใส่ในร่างพระราชบัญญัติ(พรบ) เพื่อนำขึ้นยังเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งเตรียมล่ารายชื่อ 10,000 คนเพื่อเสนอเป็นกฎหมายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ทันที เพราะในกรณีของแกร็บ แท็กซี่ และ แอร์บีเอ็นบี บางเรื่องไม่ต้องเขียนกฎหมายใหม่ เพียงแค่แก้กฎกระทรวง ทุกอย่างก็เดินหน้าได้【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-20

pg ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣M98| slotxo เกม ฟรี1️⃣LOOK618| สล็อต slot1️⃣LOOK618| สล็อต 888 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| สล็อต มังกร 8881️⃣M98| สล็อต ออนไลน์ 24 ชั่วโมง 1️⃣2021| superslot amb 1️⃣2021| เว็บ slot joker 1️⃣2021| 44 pg slot1️⃣LOOK618| ฝาก 10 บาท ได้ 100 วอ เลท1️⃣M98| pg slot ฝาก 30 รับ 1001️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี w88 1️⃣2021| banana slot168 1️⃣2021| พนัน ออนไลน์ ขั้น ต่ํา 10 1️⃣2021| คา สิ โน หัก เงิน จาก โทรศัพท์ 1️⃣2021| บา คา ร่า เล่น ง่ายๆ1️⃣LOOK618| pro 789 slot 1️⃣2021| gclub5555com1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี jili jdb 1️⃣2021| สล็อต ฝาก ขั้น ต่ํา 50 บาท 918kiss 1️⃣2021| คา สิ โน gundam 791️⃣LOOK618| ยืนยัน otp รับ เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| ฝาก 10 รับ 100 joker ล่าสุด 20211️⃣LOOK618| ทาง เข้า pg slot wallet 1️⃣2021| slot xo12341️⃣LOOK618| 918kiss slot th1️⃣M98| สล็อต ฝาก วอ ล เลท1️⃣LOOK618| 1ufabet คูปอง ฟรี ล่าสุด1️⃣M98| vip slotxo1️⃣LOOK618| สมัคร เกม สล็อต ฟรี1️⃣LOOK618| ค่าย joker1231️⃣LOOK618| joker 555 slot 1️⃣2021| สมัคร รับ เครดิต ฟรี ทันที 20211️⃣LOOK618| ยืนยัน ตัว ต้น รับ เครดิต ฟรี 2001️⃣M98| ฝาก 100 ฟรี 100 เทิ ร์ น น้อย1️⃣M98| บา คา ร่า ขั้น ต่ํา 100 1️⃣2021| slotxo777 ฟรี เครดิต1️⃣M98| สล็อต ออนไลน์ ฝาก ผ่าน วอ เลท1️⃣LOOK618| สล็อต แตก ง่าย ทุน น้อย 2021 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 50 ล่าสุด 1️⃣2021| 444 jokerxothฝาก 30 รับ 150 1️⃣2021| ฝาก 100 รับ 200 ถอน ไม่ อั้น xo1️⃣M98| สล็อต ให้ ทุน เล่น ก่อน 1️⃣2021| slotxo 2021 1️⃣2021| joker slot ใหม่ 1️⃣2021| king kong slot 1231️⃣M98| ฝาก 50 รับ 150 ล่าสุด วอ ล เลท 1️⃣2021| ฝาก 9 บาท รับ 1001️⃣M98| เครดิต สล็อต ฟรี ล่าสุด1️⃣M98| สมัคร สล็อต วอ ล เล็ ต1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี แค่ ยืนยัน ตัว ตน1️⃣M98| pg slot 50 รับ 1501️⃣M98| ฝาก 100 รับ 100 วอ เลท pg1️⃣M98| scr99th ทาง เข้า1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี pgslot99 1️⃣2021| โหลด เกม 918kiss 2020 1️⃣2021| slotxo ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣M98| www spin999 con 1️⃣2021| royal online 558 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 2019 ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| scr888 ฝาก ไม่มี ขั้น ต่ํา 1️⃣2021| สล็อต demo1️⃣LOOK618| เว็บ ตรง slotxo1️⃣LOOK618| เกม หมุน วง ล้อ ฟรี1️⃣LOOK618| slot คืน ยอด เสีย 151️⃣M98| ไพ่ แค่ ง ค่า สิ โน ออนไลน์1️⃣M98| slot ฝาก 10 รับ 100 ล่าสุด 1️⃣2021| 369superslot1️⃣LOOK618| 30 รับ 100 joker1️⃣M98| บา คา ร่า true wallet 1️⃣2021| สล็อต มา รวย1️⃣LOOK618| slot24th สมัคร 1️⃣2021| pig slot pg1️⃣M98| joker slot1688สล็อต เครดิต ฟรี 50 ไม่ ต้อง แชร์ 20211️⃣LOOK618| เค ดิ ต ฟรี ยืนยัน บัตร ประชาชน1️⃣LOOK618| slotxo ฝาก 20 บาท รับ 1001️⃣M98| ฝาก 1 บาท รับ 100 20201️⃣LOOK618| richman best881️⃣M98| slotxo แตก ง่าย1️⃣M98| สล็อต 4441️⃣M98| 918kiss ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣LOOK618| ทาง เข้า ib8881️⃣M98| sa gaming bet 1️⃣2021| เล่น บา คา ร่า วัน ละ 5001️⃣M98| m98 slot 1️⃣2021| ฝาก 20 รับ 100 บา คา ร่า1️⃣LOOK618| ap123bet1️⃣M98| ลิ้ ง โหลด slotxo 1️⃣2021| 20 รับ 100 รับ ได้ ทุก วัน 1️⃣2021| เข้า สู่ ระบบ gclub 1️⃣2021| เล่น บา คา ร่า เครดิต ฟรี 1️⃣2021| betway เครดิต ฟรี1️⃣M98| สล็อต ฝาก 1 บาท ได้ 100 ล่าสุด 2020 1️⃣2021| 918kiss วอ ล เลท1️⃣M98|